การพัฒนาหลักสูตรคณิตและการพัฒนาตำรา

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

คณิตศาสตร์กับเด็กประถมศึกษา

คณิตศาสตร์กับเด็กประถมศึกษา
            การสอนคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษานั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นเรื่องของการจัดกิจกรรมให้เด็กมีประสบการณ์จากสื่อต่าง ๆ ให้เด็กทำงานร่วมกัน เพื่อเสริมให้เด็กเกิดความรู้ ความเข้าใจ เพื่อให้เกิดวิสัยทัศน์ทางคณิตศาสตร์ ฝึกการสังเกต จัดประเภทจำแนกหมวดหมู่ของสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันเพื่อให้เป็นผู้มีเหตุผล เกิดความคิดสร้างสรรค์ และเตรียมให้เด็กพร้อม ที่จะเป็นเยาวชนที่มีคุณค่าในยุคข้อมูลข่าวสารที่ไร้พรมแดน ซึ่งจะเห็นได้ว่า คณิตศาสตร์ช่วยสนับสนุนธรรมชาติในตัวเด็ก
            การจัดการศึกษาในคริสต์ศตวรรษที่ 21 นี้ มุ่งพัฒนาคนให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าในยุคโลกาภิวัตน์  ซึ่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว เด็กจะต้องได้รับการอบรมสั่งสอนจากผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจทางคณิตศาสตร์ ได้รับการพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหามีความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์เพียงพอที่จะนำไปใช้ในการดำรงชีวิต คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ใฝ่หาความรู้ และสามารถแสดงความคิดได้อย่างชัดเจน ถ้าเด็กได้รับการพัฒนาความสามารถอย่างสม่ำเสมอจนสามารถเรียนรู้แก้ปัญหา เป็นต้นว่าใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน(CAI) คณิตศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพช่วยสอนซ่อมเสริมเพียงวันละ10 นาที จะช่วยพัฒนาให้เด็กรู้จักตัดสินใจในการใช้ยุทธวิธีแก้ปัญหา ซึ่งเป็นการพัฒนาความคิด ภาษาตลอดจนอารมณ์และสังคมของเด็กอีกด้วย ผู้สอนต้องมีบทบาทในการป้อนคำถาม สาธิตให้เด็กคิดโปรแกรมกราฟิกที่เป็นลายเส้น จะช่วยพัฒนาความคิดด้านเรขาคณิต ด้านความคิดสร้างสรรค์ จนถึงขั้นเป็นนักออกแบบรุ่นจิ๋วได้ แต่จะต้องระวังมิให้โปรแกรมดังกล่าวยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งจะเป็นการสร้างความกดดัน และทำให้เด็กเกิดความเครียดมากกว่าที่จะเสริมสร้างสติปัญญาเพราะความเครียดเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสติปัญญา

                           อย่างไรก็ตาม ผู้สอนยังมีบทบาทที่สำคัญในการช่วยให้เด็กคิดเพื่อไปสู่การแสวงหาแนวทางเพื่อการแก้ปัญหา และต้องไม่ลืมทบทวน ฝึกฝนให้เข้าใจ จำได้และนำความรู้ไปใช้ได้อย่างคล่องแคล่วไม่ลืมที่จะจัดกิจกรรมให้ผ่อนคลายความเครียด ได้แก่ การเล่น การออกกำลังกายด้วยความร่าเริงแจ่มใส ซึ่งจะช่วยให้เซลล์สมองและใยประสาทเจริญงอกงาม และพัฒนาสติปัญญาเป็นอย่างดี
                         ปัจจุบันเราอยู่ในยุดเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นโลกาภิวัตน์ และวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง แต่หลักการของคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษาไม่เคยเปลี่ยน ผู้สอนจะต้องพัฒนาให้เด็กแต่ละคน โดยคำนึงถึงธรรมชาติและคุณสมบัติต่างๆข้างต้นของเด็ก ให้เด็กเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้อย่างแท้จริง

 นางสาวเบญญทิพย์   ภิญโญพัฒนพงศ์   เลขที่ 23  วท.ม.ค.ศ. 4
 


วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เรียนคณิตศาสตร์ไปทำไม

                                              เรียนคณิตศาสตร์ไปทำไม       
          ประโยคนี้เป็นคำถามสำหรับคนที่ไม่ชอบตัวเลขอย่างดิฉัน และก็เกลียดมาก แต่ไม่เคยคิดเลยว่าตัวดิฉันจะเป็นคนตอบคำถามเอง และสัมผัสกับคณิตศาสตร์เอง จนเกิดเป็นความรักและชอบตัวเลขขึ้นมา ก็ต้องขอขอบพระคุณ คุณครูทุก ๆ ท่านเป็นอย่างสูง ที่ทำให้ดิฉันมาถึงจุด ๆ นี้ได้ และจนมาวันหนึ่งก็มีลูกศิษย์ถามคำถามนี้เหมือนตอนที่ฉันยังเด็ก ๆ ว่า คุณครูคะ  “ Sin Cos Tan เรียนไปทำไมคะ เวลาหนูไปซื้อของที่ตลาดก็ไม่เห็นแม่ค้าถามเลย ”  ดิฉันคิดว่า คำถามบางคำถามฟังดูง่ายแต่ก็ตอบยาก อาจจะยากด้วยคำอธิบาย ยากด้วยตัวอย่างที่จะยกมาอ้างอิง ยากที่อายุของผู้เรียนเป็นต้น คนที่มีลูกกำลังหัดพูดหัดเรียน คงเคยเจอกับคำถาม “ ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ ” ถ้าเราตอบไม่ดีหรือไม่มีศิลปะในการตอบ เด็กอาจจะจำสิ่งที่ผิด
          ตามหลักสูตรการศึกษา คณิตศาสตร์จัดอยู่ในกลุ่มที่เป็นพื้นฐานการคิด ตรงนี้อาจเป็นคำตอบหนึ่งที่เราอาจนำไปคลายความสงสัยของนักเรียนได้ แต่ภาษาแบบนี้ไม่เหมาะกับวัยคนถามแน่นอนค่ะ แต่ถ้าหากเปรียบเทียบเป็นอาหาร คณิตศาสตร์ถือว่าเป็นอาหารสมองที่นักเรียนต้องได้รับ เพราะสมองจะต้องมีการคิดการคำนวณ สมองจึงจะมีการเจริญเติบโต แบบนี้นักเรียนอาจจะเข้าใจมากยิ่งขึ้น อีกสาเหตุหนึ่ง ที่นักเรียนสงสัยว่าเรียนไปทำไม อาจเป็นเพราะคุณครูเราไม่ได้นำความรู้ไปเชื่อมกับปัญหาที่นักเรียนพบ ทำให้นักเรียนมองไม่เห็นสะพานเชื่อมระหว่างคณิตศาสตร์กับโลกที่เป็นจริง ปัจจุบันนี้การสอนคณิตศาสตร์จะเน้นให้เด็กคิดโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน นักเรียนก็จะค้นพบตนเองว่า “เรียนไปทำไม” ดิฉันมีมีตัวอย่างหนึ่งที่น่าจะอธิบายคำถามนี้ได้ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง คือ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เจ้าของทฤษฎีสัมพัทธภาพคณิตศาสตร์ ที่เขาใช้เป็นเครื่องมือในการอธิบายเครื่องมือสัมพัทธภาพ เชื่อไหมคะว่าไอน์สไตน์ไม่ได้คิดคณิตศาสตร์ขึ้นเอง แต่ได้ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ที่ รีมันน์ ได้คิดเอาไว้เมื่อหลายปีก่อนมาประยุกต์ใช้  แสดงให้เห็นว่าเรื่องบางเรื่องอาจจะตอบไม่ได้ว่า มีประโยชน์อะไรในวันนี้ และไม่รู้ว่าเรียนไปทำไม แต่ในวันข้างหน้าคนที่นำไปใช้ คงจะให้คำตอบนี้ได้ดีที่สุด
          ฉะนั้นที่ลูกศิษย์คนนั้นถามตั้งแต่ตอนต้นว่า “ Sin Cos Tan เรียนไปทำไม ” ดิฉันก็ตอบไปว่า ณ วันนี้ Sin Cos Tan อาจจะดูเหมือนไม่มีคุณค่า อาจจะดูเหมือนไม่มีชีวิต  แต่วันข้างหน้าถ้าเรา Ent’ ติดคณะวิศวะ คณะแพทย์ศาสตร์ หรือประสบความสำเร็จในชีวิต มันจะมีคุณค่าสำหรับเราและจะช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้ตลอดไป

    พวกคุณเข้ามาที่นี่...พวกคุณทุกคนเป็นเพชร....ไม่ใช่ก้อนกรวด
แล้วพวกคุณจะทำคุณค่าของเพชรให้มันต่ำหรือสูง
ขึ้นอยู่กับน้ำหนักสมองของพวกคุณ”
ว๊ากเกอร์/ม.กรุงเทพ รับน้องปี 46

                                                                                                                                                                                           

                                                                                                    นางสาวธนัญญา  สดชื่น  เลขที่ 9  วท.ม.คศ. 4

ลดอีโก้ของตัวเอง เพื่อความสุขของตัวเรา

ลดอีโก้ของตัวเอง เพื่อความสุขของตัวเรา

          "ความมั่นใจในตัวเอง" เป็นสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนอยากมี อยากเป็น เพราะเชื่อกันว่าหากเรามี "ความมั่นใจ" แล้ว จะทำให้เรา "กล้า" ที่จะฝ่าฟันและก้าวขึ้นไปยืนบนจุดหมายที่ตัวเองตั้งใจไว้ได้สำเร็จ

          แต่ทว่า...บางครั้ง ความมั่นใจที่มากเกินไปของเราเอง หรือ "อีโก้" กลับเปรียบเสมือนดาบสองคมที่คอยทิ่มแทงผู้คนที่อยู่รอบข้างโดยที่เราไม่รู้ตัว นั่นเพราะเรากำลัง "แข่งขัน" ด้วยจุดมุ่งหมายที่ต้องการ "เอาชนะ" คนเหล่านั้น โดย "มั่นใจ" ว่าตัวเองเก่ง ตัวเองทำได้ ตัวเองถูกเสมอ แต่ลืมคิดไปว่า ระหว่างทางที่เรากำลังก้าวเดินไปนั้น ได้ทำร้ายใครต่อใครมาบ้างหรือไม่ 
          หากวันใดวันหนึ่ง "ความสูญสิ้น" มาปรากฎเป็นบทเรียนอยู่เบื้องหน้าเรา ถึงตอนนั้นเราอาจจะเข้าใจคำว่า "สรรพสิ่งย่อมสูญสลายไปตามกาลเวลา" ได้ดีขึ้น และค้นพบ "สัจธรรมของชีวิต" ว่า ไม่มีสิ่งใดอยู่คงทน ถาวร หากเป็นเช่นนั้นแล้วเมื่อยังมีชีวิตอยู่ สู้เราทำสิ่งดี ๆ ให้คนที่รักเราและเรารัก เพื่อจะได้เข้าใจคำว่า "คุณค่าของชีวิต" มิดีกว่าหรือ

วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553

โครงงานกับการเรียนคณิตศาสตร์

บทความวิชาการ
เรื่อง โครงงานกับการเรียนคณิตศาสตร์
“คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ     ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหาและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง   เหมาะสม นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อื่นๆ คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข”นี่คือความสำคัญของคณิตศาสตร์ ที่กล่าวไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระคณิตศาสตร์   
จะเห็นว่า การเรียนคณิตศาสตร์มีความสำคัญอย่างมากที่นักเรียนจะต้องเรียนและนักเรียนจะได้รับความรู้ครบถ้วนกระบวนการ ตามที่กล่าวมาข้างต้น การสอนโครงงานคณิตศาสตร์จึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง  ซึ่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 มาตรา 22 กำหนดว่า “ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ การจัดกระบวนการเรียนรู้ เนื้อหาสาระและกิจกรรม ต้องสอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เรียนรู้ได้ทุกเวลาทุกสถานที่”
        หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ได้เสนอแนวการจัดการเรียนรู้ในช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 ให้จัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนในสิ่งที่ตนเองสนใจ มุ่งเน้นทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม การสอนโครงงาน เพื่อมุ่งให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการคิด การค้นคว้า แสวงหาความรู้ สร้างความรู้ด้วยตนเอง สามารถสร้างสรรค์ผลงานแล้วนำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น โครงงานคณิตศาสตร์เป็นกระบวนการที่ฝึกให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลุ่มลึกด้วยตนเอง ได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยใช้วิธีการเรียนรู้จากการคิดวางแผนไว้ล่วงหน้า ใช้แหล่งเรียนรู้อย่างหลากหลาย นำผลการเรียนรู้ไปใช้ในชีวิตจริง 
         ในการทำโครงงานคณิตศาสตร์ ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ เป็นการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เพื่อฝึกการคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็นด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และต้องให้อิสระแก่ผู้ทำโครงงานในการกำหนดเรื่องที่จะทำตามความสนใจ โดยมีครูเป็นผู้คอยกระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจเสริมกำลังใจให้ผู้เรียนอยากทำโครงงานและครูต้องคอยกระตุ้นให้ให้ผู้เรียน    ถามตัวเองว่ามีปัญหาใดต้องการหาคำตอบและยังไม่สามารถหาคำตอบได้ เมื่อผู้เรียนเกิดปัญหาและต้องการที่จะหาคำตอบ เขาย่อมเกิดความกระตือรือร้นที่จะศึกษาด้วยการทำโครงงาน และเมื่อนักเรียนได้ทำโครงงานแล้ว  ก็ต้องคอยแนะนำและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ติดตาม ประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และต้องให้นักเรียนได้เสนอผลงาน เพื่อให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจถึงโครงงานซึ่งอาจนำเสนอเป็นตาราง การสาธิตประกอบการบรรยาย  แผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง กราฟ การสร้างแบบจำลอง การจัดนิทรรศการ เป็นต้น 
         การทำโครงงานคณิตศาสตร์ จะช่วยให้ผู้เรียนนำความรู้ในชั้นเรียนมาบูรณากับกิจกรรมที่กระทำ  เพื่อนำไปสู่ความรู้ใหม่ๆ ด้วยการสร้างความหมาย การแก้ปัญหา และการค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเอง เป็นการสอนให้ผู้เรียนได้รู้จักวิธีทำโครงการวิจัยเล็กๆ ที่ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะและสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ จุดประสงค์หลักของการทำโครงงาน เพื่อต้องการกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักสังเกต รู้จักตั้งคำถาม รู้จักตั้งสมมติฐาน รู้จักแก้ปัญหา รู้จักวิธีแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนได้ใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ นักเรียนได้ทำงานอย่างเป็นแบบแผน ทำให้นักเรียนมีศักยภาพในการเรียนรู้          และมีบทบาท มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ 
          จากที่กล่าวมา จะเห็นว่า การทำโครงงานคณิตศาสตร์ มีความสำคัญอย่างมากในการเรียนกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ซึ่งถ้าเด็กไทยทุกคนทำได้ มาตรฐานการศึกษาไทยก็จะมีประสิทธิภาพไม่แพ้นานาชาติ แต่ทุกๆ ฝ่ายต้องร่วมมือกันพัฒนาการศึกษาไทย ไม่ว่าจะเป็นครู นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง ต้องช่วยกัน ผลักดันให้การศึกษาไทย มีความก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งไปสู่สากล
               
เรียบเรียงโดย  นางสาวนันทกุล  บุญเสริม  เลขที่ 10  ห้อง  คศ.4

วิชาคณิตเป็นวิชาที่นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำมากที่สุด...เขาไม่มีใครนอกจากครู

เมื่อการเรียนรู้… วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำมากที่สุด… เขาไม่มีใคร…นอกจากครู…
ประสิทธิ์  ทองบ่อ
พระพุทธองค์ทรงพิจารณาเห็นว่า สัตว์โลกต่างมีอุปนิสัยบารมีที่บำเพ็ญมาต่าง ๆ กัน เปรียบด้วยบัว เหล่า 4 คือ
                บางเหล่าสามารถรู้ธรรมได้ทันที     เหมือนดอกบัวที่พ้นจากน้ำ ๑.
          บางเหล่าต้องขยายความรู้จึงได้        เหมือนดอกบัวที่ปริ่มน้ำ ๒.
                บางเหล่าต้องอบรมสั่งสอนย้ำแล้วย้ำอีก         เหมือนดอกบัวใต้น้ำ ๓.
                บางเหล่าไม่สามารถที่จะรู้ธรรมได้เลย           เหมือนดอกบัวที่อยู่ในโคลนตม ๔.
ถ้าเราให้ธรรม คือ วิชาคณิตศาสตร์ เราต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลตามปกติในห้องเรียน จะประกอบด้วยนักเรียน 3 กลุ่ม คือ
                1. กลุ่มนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูง ซึ่งเรียนได้เร็ว
                2. กลุ่มนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนปานกลาง ซึ่งเรียนได้ปกติ
3. กลุ่มนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนต่ำ ซึ่งเรียนได้ช้ากว่าปกติ
ส่วนบัวเหล่าที่ 4 ในห้องเรียนของเราคงไม่มีนะครับ
เมื่อเราต้องพบกับนักเรียนที่
-         พึ่งตนเองและเป็นตัวของตัวเอง
-         รู้จักใช้เหตุผล
-         เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น
-         แสวงหาเพื่อนร่วมวัยและชอบเล่นกับกลุ่มเพื่อนเพศเดียวกัน
-         อยากรู้อยากเห็นเรื่องราวต่าง ๆ
พัฒนาการ
นี่วัยเด็กอายุ  6 – 12 ปี ฉะนั้นการสอนวิชาคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา
-         ไม่ควรตั้งความคาดหวัง เรื่องการเรียนของนักเรียนสูงเกินไป
-         ไม่กลับคำพูดไปมาไม่แน่นอน
-         อยู่ใกล้ ๆ นักเรียน คอยดูแลช่วยเหลือเมื่อนักเรียนต้องการ
-         ไม่บงการนักเรียนทุกเมื่อ ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น แสดงความสามารถต่าง ๆ ด้วยตนเอง
-         เมื่อนักเรียนนำผลงานมาอวด เราควรจะรับฟังอย่างสนใจ และยกย่องชมเชยด้วยใจจริง แล้วนักเรียนจะมีความมั่นใจในตนเอง
ครูคณิตศาสตร์จะต้องมีเทคนิควิธีที่หลากหลายเพื่อพัฒนาความสามารถในการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน
เทคนิคการสอนนักเรียนกลุ่มที่ความสามารถทางการเรียนต่ำ  ควรเริ่มจากสื่อการเรียนที่เป็นรูปธรรมไปสู่นามธรรม และต้องเสริมแรงหรือให้กำลังใจในขณะเรียนมาก ๆ ค่อย ๆ เรียนในลักษณะ  เล่น  เรียน  สรุป  ฝึกทักษะ
นักเรียนกลุ่มที่มีความสามารถทางการเรียนปานกลางควรเริ่มจากสื่อการเรียนที่เป็นกึ่งรูปนามธรรมไปสู่นามธรรมและค่อย ๆ เรียนในลักษณะ
 เล่น  เรียน  สรุป  ฝึกทักษะ
ส่วนนักเรียนกลุ่มที่มีความสามารถทางการเรียนสูงนักเรียนกลุ่มนี้สามารถเรียนได้ทุกวิธี
                เทคนิคที่ใช้ในการสอนเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์นั้นควรพยามใช้วิธี 
เล่น  เรียน  สรุป  ฝึกทักษะ โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนเพื่อให้รู้จักสังเกตให้นักเรียนเรียน เพื่อศึกษารายละเอียดของเนื้อหาในแง่ของความคิดรวบยอด หลักการ และวิธีการคิดให้นักเรียนสรุป ความคิดรวบยอด หลักการ วิธีการคิดโดยวิธีคิดลัดได้ด้วยตนเอง และให้นักเรียนฝึกทักษะการคิดคำนวณ ความรู้ ความเข้าใจ การแก้โจทย์ปัญหาและทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเพิ่มแบบฝึกหัด ฝึกฝน และฝึกปรือ เพื่อให้เกิดการรู้จำ รู้จัก รู้แจ้ง รู้จริง
                ในการสอนแต่ละครั้ง ครูควรจัดแบ่งเวลาสำหรับฝึกทักษะ เพื่อจะได้ดูการทำงานของนักเรียนและทราบผลการเรียนของนักเรียนภายในชั่วโมงนั้น ว่ามีนักเรียนที่เรียนไปแล้วเข้าใจมากน้อยเพียงใด พร้อมกับแก้ไขในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ ตามอุดมการณ์ของครู
            อุดมการณ์ครู
ครูพึง
            … พูด                       เพื่อให้เขาฟัง               ฟัง
          … สั่ง                                    เพื่อให้เขาฟัง               ทำ
        … ย้ำ                         เพื่อให้เขาฟัง               รู้
        … เอ็นดู                    เพื่อให้เขาฟัง               อบอุ่น
        … สนับสนุน             เพื่อให้เขาฟัง               ได้เรียน
        … ติเตียน                  เพื่อให้เขาฟัง               แก้ไขข้อพร่อง
        … ยกย่อง                  เพื่อให้เขาฟัง               มีกำลังใจ
        … เอาใจใส่                เพื่อให้เขาฟัง               ไม่เดินผิดทาง
        … เป็นตัวอย่าง         เพื่อให้เขาฟัง               ได้ดู
            … เป็นครู                  เพื่อให้เขาฟัง               เก่ง ดี มีความสุข
เพราะเขา  คือ
            … น้อง                      ที่ต้องการ                     คำตักเตือน
                … เพื่อน                    ที่ต้องการ                     ประสบการณ์
                … ลูกหลาน               ที่ต้องการ                     ฝึกอ่านเขียน
            … นักเรียน                ที่ต้องการ                     ความรู้คู่คุณธรรม
                                                                       
                                                                                    น. แสงทอง
                                                                                    นมร.ต.อ.พ.







นายประสิทธิ์  ทองบ่อ  เลขที่ 21วท.ม.คศ.4